วันศุกร์ที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

เปิดอบรมภาษาไพธอน

เมื่อครั้งที่แล้วได้เกริ่นนำ การเขียนภาษาไพธอนไว้บ้างแล้วว่าจะมีการอบรมให้แก่ผู้สนใจทั่วไป บัดนี้ได้กำหนดวัน เวลาและสถานที่แน่นอนแล้ว คือ ตั้งแต่วันที่ 10,11,13,14 สิงหาคม 2552 นี้ ณ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 9 อาคาร 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 7 ส.ค. 2552 โดยมีค่าลงทะเบียน เพียง 1,200 บาทเท่านั้น ราคานี้รวมค่าอาหารกลางวันและอาหารว่าง และเอกสารประกอบการอบรม เมื่อเปรียบเทียบกับการอบรมของหน่วยงานอื่นราคาจะต่างกันมาก จำนวนวันในการอบรมของเราก็มากกว่า ขอให้ท่านลองค้นหาจาก google ดูนะครับ ใช้คำค้นว่า "อบรม" + "ภาษาไพธอน" จึงจะทราบว่าราคาค่าอบรมที่อื่นๆ ทำไมจึงแพงมาก ๆ

เนื่องจากโครงการอบรมการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาไพธอนในครั้งนี้ ได้รับการส่งเสริมงบประมาณจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ด้านบริการวิชาการแก่ชุมชน จึงมอบให้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจัดโครงการนี้ขึ้นมา โดยมีผมเป็นวิทยากร

ก่อนอื่นอยากจะแนะนำว่าทำไมต้องเขียนด้วยโปรแกรมภาษาไพธอนเสียก่อน


  1. โปรแกรมไพธอน เป็น open source ไม่ต้องซื้อโปรแกรม ดาวน์โหลดมาติดตั้ง แล้วใช้ได้เลย
  2. เขียนคำสั่งสั้นมาก ๆ ไม่ค่อยมีรูปแบบให้เยิ่นเย้อ
  3. รองรับการเขียนแบบ OOP มีกลุ่มพัฒนาต่อยอดไปสร้าง library มาให้ใช้มากมายหลายสาขา
  4. Google ใช้ภาษาไพธอนในการพัฒนา อนุญาตให้เราสร้าง Web Application ใน google ด้วยภาษาไพธอน
  5. มีองค์กรต่างที่ประสบผลสำเร็จด้วยภาษาไพธอน มากมาย
  6. ใช้ platform ใด ๆ ก็ได้
  7. ฯลฯ

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม

  • ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านโปรแกรมภาษาใด ๆ ก็สามารถเริ่มต้นกับภาษาไพธอนได้

จำนวนที่รับ

  • ไม่เกิน 30 คน

เนื้อหาการอบรม

  • แนะนำภาษาไพธอน
  • ชนิดของข้อมูล นิพจน์
  • แนะนำ IDLE editor
  • เขียนคำสั่งเบื้องต้น
  • การรับข้อมูลจากแป้นพิมพ์
  • การเปลี่ยนรูปแบบแสดงผล
  • การเขียนโปรแกรมแบบมีเงื่อนไข
  • การจัดการกับสตริง
  • การเขียนโปรแกรมควบคุม
  • การเขียนฟังก์ชัน
  • การเขียนคำสั่งจัดการไฟล์
  • การเขียนคำสั่งด้านการจัดการฐานข้อมูลด้วย MySQL
  • การเขียนติดต่อกับเว็บ
  • การเขียนโปรแกรมเชิงออบเจ็ค
  • การเขียนโปรแกรมด้วย wxPython
  • การใช้ django Framework

ติดต่อสมัครโดยตรงที่ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โทร 074-336-933, 074-325-007, 074-314-993 ต่อ 222 ในเวลาราชการ หรือ โทรสาร 074-336-979 ตลอดเวลา หรือโทรศัพท์ที่บอกไว้มุมล่างขวามือของบล็อก ครับผม

รายละเอียด พร้อมเอกสารนำ เพื่อขออนุมัติหัวหน้าหน่วยงาน ลิงค์นี้ครับ

ลงทะเบียนออนไลน์คลิกเลยครับ

ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ของผม ได้ที่ลิงค์นี้

วันเสาร์ที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒

การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาไพธอน

สำหรับผู้ที่เริ่มการเขียนโปรแกรม ในครั้งแรก ๆ จะมองหาภาษาสำหรับการฝึกเขียน ถ้าเป็นประเภทศึกษาด้วยตนเองจะเริ่มต้นด้วยการเดินหาร้านหนังสือ หาหนังสือที่ฝึกการเขียนโปรแกรม แน่นอนว่าเจอหนังสือหลากหลาย โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้จะปรึกษาใคร ถ้าดูจากปริมาณที่มีวางจำหน่ายจะพบว่า PHP + MySQL ออกมาเยอะเหลือเกิน รองลงมาก็เป็นกลุ่มของ Microsoft เช่น ASP, Visual Basic, หรือถ้ามาใหม่ก็เป็นตระกูล .Net

แต่ถ้ากลุ่มที่เป็นนักเรียน นักศึกษา จะเลือกซื้อหนังสือตามที่อาจารย์เขาแนะนำ หรือนำมาสอน เช่น โปรแกรมภาษาซี ถ้าทันสมัยหน่อยจะเป็นภาษาจาวา หรือประเภทยังคงอนุรักษ์นิยมอยู่จะสอนภาษาปาสคาล ซึ่งหนังสือตำราเรียนประเภทนี้จะสอนตามเนื้อหาที่กำหนด คือเริ่มจากเบื้องต้น ไปตามลำดับ กว่าจะจบเทอมจะมีการทำแบบฝึกหัด ยากบ้างง่ายบ้าง

สำหรับอีกกลุ่มหนึ่ง คือคนที่เรียนในศาสตร์ทางด้านการเขียนโปรแกรมมาแล้ว หรือมีประสบการณ์การเขียนโปรแกรมภาษาใดภาษาหนึ่งมาแล้ว ก็จำเป็นต้องหาโปรแกรมภาษาที่เป็นทางเลือก เริ่มเบื่อหน่ายกับการเขียนโปรแกรมที่เป็น Hard code คือประมาณว่า ต้องเขียนหรือพิมพ์คำสั่งตั้งแต่บรรทัดแรกจนบรรทัดสุดท้ายเลย แบบนั้นมันจะรู้สึกว่าน่าเบื่อมาก เมื่อฟังจากเพื่อน ๆ ในวงการเดียวกันว่า ภาษาโน้น ภาษานี้มีทั้งเครื่องมือ และฟังก์ชันมากมาย บางภาษาก็บอกว่าเขียนสั้น ๆ บางภาษาก็บอกว่านำของเก่ามาใช้ได้ เหมาะกับงานที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโปรแกรมบ่อย ๆ เป็นต้น ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงต้องพิจารณากันมาก ๆ ว่าจะเลือกอย่างไรดี หรือแม้แต่เทคโนโลยีที่ใช้ก็จำเป็นต้องเลือก

ต่อไปนี้จะนำเอาวิธีการที่ผู้เขียนเองกำลังทำอยู่ นั่นคือ เริ่มใช้ PHP ในการพัฒนา Application อยู่หลาย ๆ ระบบไม่ต่ำกว่า 10 ระบบ แต่พอกลับไปดูคำสั่งที่เขียน ซึ่งเขียนมาตั้งแต่งานชิ้นแรกจนชิ้นปัจจุบัน มันมีความแตกต่างกันมาก งานเก่า ๆ มันห่วย เขียนซะยืดยาว ใช้ฟังก์ชันไม่มากนัก แต่งานหลัง ๆ เริ่มมีฟังก์ชันสำเร็จรูปมากขึ้น แต่เบื่อกับการเขียนแบบ Hard code จังเลย จึงมองหาภาษาอื่น ๆ ดู เขาว่าเขียนด้วยจาวาแบบ object มันง่ายดีมีเครื่องมือช่วยเยอะ ไม่ต้อง Hard code กันทุกบรรทัด พอศึกษาลองดูมันใช่เลย แต่ต้องการทำให้ได้คุณภาพที่ดีก็จำเป็นต้องเขียน Converter และ Validate ด้วยเหมือนกันแต่น้อยลง พอทำท่าจะไปได้ แต่มีวิทยากรผู้รู้บอกว่าให้ลองใช้ Framework ดูเพราะมี component มากมายให้ใช้ จึงลองไปที่ JFS แต่ก็ยังต้อง Hard code อยู่เยอะนั้นแหละ ในขณะเดียวกัน มี Visual WebPack JSF ซึ่งสามารถสร้าง GUI ได้ ดูน่าสนใจทีเดียว แต่เมื่อทดลองสร้างงานออกมาเป็น Application เล็ก ๆ ทำไมมันจึง Run ช้าจังเลย ถ้าเจองานที่ซับซ้อนมาก ๆ จะเอาไหวหรือเปล่า จึงได้ลองกลับไปหาที่ PHP ที่เขาบอกว่ามี Framework จะทำให้เขียนโปรแกรมได้เร็ว จึงได้นำมาแนะนำสำหรับคนที่สนใจ เผื่อว่าจะคนหัวอกเดียวกันมาศึกษาเพื่อจะได้แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน

ในช่วงก่อนหน้านี้ ก็สนใจภาษาไพธอนที่ได้เขียนเป็นชื่อหัวคอลัมน์เอาไว้นี้แหละ และได้เคยเขียนเป็นเนื้อหา เป็นตอน ๆ ไว้ที่ http://pythonpages.googlepages.com/home ลองเข้าไปอ่านดูนะครับ ข้อเด่นของ python คือมันทำงานในลักษณะ shell script ใครที่เคยใช้ Math Labs จะชอบแบบนี้เขียนคำสั้งแล้วกด Enter จะได้ผลลัพธ์ออกมาเลย ถ้าต้องการเขียนเป็นไฟล์ก็ได้เช่นเดียวกัน เขาว่ากันว่าเป็นภาษาที่เขียนสั้นมาก เพียงบรรทัดเดียวสามารถทำงานได้แล้ว และผมว่ายังเหมาะกับผู้ที่ไม่เคยเขียนโปรแกรมมาก่อน ที่ต้องการศึกษาด้วยตนเองด้วย หรือแม้แต่ครูระดับมัธยมที่อยากจะสอนวิชาการเขียนโปรแกรม นำเอาภาษานี้ไปสอนนักเรียน เด็กน่าจะเรียนได้ดี ถ้าสนใจลองเข้าไปศึกษาที่เว็บของผม ตามลิงค์ที่ให้ไว้นะครับ ถ้ามีคนสนใจมาก ๆ จะเขียนเพิ่มเติมให้เรื่อย ๆ อาจจะเปิดอบรมให้ด้วย

สุดท้ายนี้จะขอแนะนำเว็บที่เหมาะสำหรับผู้ที่จะศึกษาด้วยตนเองนะครับ
ส่วนใหญ่จะเป็นภาษาอังกฤษครับ ถ้าไม่ปฏิเสธภาษาอังกฤษคงพัฒนาให้เก่งได้ มีดังนี้นะครับ

ศึกษา Java ครับ ที่ http://www.netbeans.org/download/sitemaps/www_map.html
ศึกษา Python ที่ http://www.python.org
ศึกษา PHP Framework ไปที่ http://www.phpframeworks.com/ มีเยอะนะครับเลือกเอาได้เลย

วันอังคารที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒

ความสำเร็จสูงสุด

วันนี้ได้รับเอกสารนัดพบปะสังสรรศิษย์เก่าสมัยเรียนมัธยมฯ ที่ต้องพบกันทุกปี ในช่วงสงกรานต์ เพราะว่าทุกคนมีโอกาสได้กลับบ้าน ไปเล่นสงกรานต์ ทำบุญขอพรคนเฒ่าคนแก่ ในเอกสารมีใจความน่าสนใจ จึงเลยนำมาฝากเป็นข้อคิดให้กับนักอ่านบล็อกทุกท่านที่เข้ามาอ่าน มีใจดังนี้ครับ

เมื่อแรกเกิด ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถหายใจได้ด้วยตนเอง
เมื่ออายุได้ 1 ขวบ ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถจำคนในบ้านได้ทุกคน
เมื่ออายุได้ 2 ขวบ ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถเดินได้
เมื่ออายุได้ 4 ขวบ ความสำเร็จสูงสุดคือ ไม่ฉี่รดที่นอน
เมื่ออายุได้ 15 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ มีเพื่อนฝูงมากมาย
เมื่ออายุได้ 20 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ เรื่องบนเตียง
เมื่ออายุได้ 30 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ มีความมั่นคงในชีวิต
เมื่ออายุได้ 50 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ เรื่องบนเตียง (ลุ้น..ว่ารอด..ไม่รอด)
เมื่ออายุได้ 60 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ มีเพื่อนฝูงมากมาย
เมื่ออายุได้ 65 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ ไม่ฉี่รดที่นอน
เมื่ออายุได้ 70 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถเดินได้
เมื่ออายุได้ 75 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถจำคนในบ้านได้ทุกคน
เมื่ออายุได้ 80 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถหายใจได้ด้วยตนเอง
******************************************
แล้ว ตอนนี้ความสำเร็จของท่าน อยู่ที่อายุเท่าไร

วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ทุษบัญญัติ 10 ประการสำหรับผู้บริหาร

หน่วยงานใดจะเจริญก้าวหน้าหรือถดถอย ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการบริหาร ของผู้มีอำนาจในหน่วยงานนั้นเป็นสำคัญ ถึงแม้บุคลากรผู้ร่วมงานจะมีศักยภาพสูงเพียงใด แต่ถ้าขาดการบริหารที่ดีไม่มีการจัดการที่เอื้อให้เกิดการปฏิบัติ ไม่มีการสร้างขวัญและกำลังใจ ไม่ส่งเสริมสนับสนุนให้คนทำงาน หน่วยงานจะมีแต่เฉาลง ๆ ผู้บริหารที่ดีจึงตระหนักถึงเรื่องนี้ และหลีกหนีทุษบัญญัติ 10 ประการ ซึ่งท่านกล่าวไว้เป็นโทษต่อองค์กรดังนี้

อวดอำนาจ - ขาดความเป็นมิตร - ไม่คิดสร้างสรรค์ - ข่มขวัญลูกน้อง - ไม่เกี่ยวข้องสังคม - บ่มผิวแต่ในห้อง - มองโลกในแง่ร้าย - ไม่ให้โอกาส - ขาดมนุษยสัมพันธ์ - ดื้อรั้นทุกเรื่อง

ทุษบัญญัติทั้ง 10 ประการนี้ เป็นที่รังเกียจของผู้ร่วมงาน สาธยายพอเห็นเป็นหนทางไปสู่ความล่มจม ดังนี้

  1. อวดอำนาจ ไม่ฟังความคิดเห็นของที่ประชุม หรือความคิดเห็นของผู้ร่วมงาน ถือตนว่ามีอำนาจ ความคิดของตนเป็นใหญ่ ไม่ต้องมีใครมาช่วยคิด ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น ทำให้ลูกน้องเป็นโปลิโอทางปัญญา เกิดปัญหาสมองลีบ
  2. ขาดความเป็นมิตร ไม่ยอมคบหาสมาคมกับใคร ไม่ว่ากับคนภายนอกหรือคนภายใน ไปไหนมาไหนโด่เด่คนเดียว แถมขี้เหนียวเป็นยางดักนก ไม่ยอมให้ขาดตกแม้แต่น้อยนิด
  3. ไม่คิดสร้างสรรค์ ไม่มีนโยบาย แผนงานหรือโครงการล่วงหน้า สักแต่ว่าอยู่ไปเพียงวัน ๆ เดินเรือโดยไม่มีเข็มทิศ ลูกเรือมืดมิดไม่เห็นทาง อับจนหม่นหมอง
  4. ข่มขวัญลูกน้อง ปกครองโดยอ้างระเบียบ เฮี้ยบไม่เป็นเรื่อง วางเขื่องให้เกรงกลัว เชือดเป็นรายตัวให้สยอง
  5. ไม่เกี่ยวข้องสังคม ชอบเก็บตัว อ้างธุระโน่นนี่เพื่อหลีกหนีสังคม ไม่นิยมร่วมงาน ทัดทานลูกน้องไม่ให้เกี่ยวข้อง เป็นไอ้เข้ขวางคลองจ้องคอยกัดกิน
  6. บ่มผิวแต่ในห้อง รักนวลสงวนตัว กลัวแดดลมฝน ไม่สนการปฏิบัติงานของลูกน้อง มองหาแต่รายงาน ผ่านแล้วก็หายเลย
  7. มองโลกในแง่ร้าย ไม่ใว้ใจใคร ระแวงทุกเรื่อง ขุ่นเคื่องทุกเรื่องที่ไม่เห็นด้วย
  8. ไม่ให้โอกาศ ไม่อนุญาตโครงการ ผ่านเรื่องมาเก็บ เหน็บแนมด้วยคำพูด "สบายกว่ากัยเยอะเลย อยู่เฉยๆ ดีกว่า" เป็นบทเพลงประจำใจลูกน้อง
  9. ขาดมนุษยสัมพันธ์ ฉันไม่สนใจใคร ขอมอบความ "ว่างเปล่า" ให้แก่ทุกคน
  10. ดื้อรั้นทุกเรื่อง ลุ่มหลงในทิฐิ มองข้ามผู้อื่น ชื่นชมในอิทธิฤทธิ์ มีอหิธานุภาพปราบราบคาบ ทุกหย่อมหญ้า ไม่เหวยใครเหนือข้า น้ำพริกจิ้มมะเขือเผา